จากนครเชียงตุง สู่แผ่นดินแม่สาย: รากเหง้าและเรื่องราวของชาวไทเขิน
เมื่อเอ่ยถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือประตูสู่ประเทศเมียนมา แหล่งชอปปิงสินค้าราคาถูก หรือจุดเหนือสุดของประเทศไทย แต่ลึกลงไปในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเมืองชายแดนแห่งนี้ มีกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งที่ได้สืบสานอัตลักษณ์อันงดงามและเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน พวกเขาคือ “ชาวไทเขิน” กลุ่มชนผู้มีรากเหง้าจากเมืองเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งได้ข้ามพรมแดนมาตั้งรกรากและสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในแม่สาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของโมเสกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจของล้านนา
ชาวไทเขิน หรือ ไตเขิน มีศูนย์กลางทางวัฒนธรรมอยู่ที่เมืองเชียงตุง ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรที่รุ่งเรืองและมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรล้านนา การอพยพของชาวไทเขินมายังแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียงเกิดขึ้นหลายระลอกตลอดประวัติศาสตร์ ทั้งจากการค้าขาย การสมรส และการลี้ภัยทางการเมือง ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนไทเขินขึ้นหลายแห่งในแม่สาย โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ เช่น บ้านเวียงหอม บ้านสันทราย และบ้านป่าเหมือด ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
เจาะลึกวัฒนธรรมไทเขิน: อัตลักษณ์ที่ไม่เคยจางหายในแม่สาย
แม้จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยและปรับตัวเข้ากับสังคมสมัยใหม่ แต่ชาวไทเขินในแม่สายยังคงยึดมั่นและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งสะท้อนผ่านแง่มุมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
ภาษาและสำเนียงที่เป็นเอกลักษณ์
ภาษาไทเขิน (กำเขิน) เป็นภาษาในตระกูลภาษาไท มีความคล้ายคลึงกับภาษาไทใหญ่และคำเมือง (ภาษาถิ่นล้านนา) แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านคำศัพท์และสำเนียงการพูดที่มีความนุ่มนวลไพเราะ หากได้ลองฟังชาวไทเขินสนทนากัน จะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของภาษาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ แม้ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะสามารถพูดภาษาไทยกลางได้อย่างคล่องแคล่ว แต่พวกเขายังคงใช้ภาษาไทเขินในการสื่อสารกันภายในครอบครัวและชุมชน เพื่อรักษาภาษาแม่ของตนไว้ไม่ให้สูญหาย
การแต่งกาย: ความงามสง่าที่สะท้อนวิถี
การแต่งกายแบบดั้งเดิมของชาวไทเขินมีความโดดเด่นและงดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายสตรี
- สตรีชาวไทเขิน: เอกลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือการเกล้าผมมวยสูงไว้กลางกระหม่อม เรียกว่า “เกล้ายอด” หรือ “ส่วยเก๊ต” ซึ่งแสดงถึงสถานะการสมรสแล้ว ส่วนหญิงสาวจะเกล้ามวยต่ำไว้ท้ายทอย สวมเสื้อแขนยาวเข้ารูปพอดีตัว และนุ่ง “ซิ่น” หรือผ้าถุงที่มีลวดลายวิจิตรตระการตา โดยเฉพาะ “ซิ่นตีนจก” ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเชียงตุง แสดงถึงฝีมือการทอผ้าอันประณีต
- บุรุษชาวไทเขิน: โดยทั่วไปจะสวมเสื้อคอกลมแขนยาว และนุ่งกางเกงขายาวที่เรียกว่า “ก๋นไต” หรือ “เตี่ยว” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกางเกงสะดอของชาวล้านนา
แม้ในปัจจุบัน การแต่งกายชุดเต็มยศเช่นนี้จะพบเห็นได้ในงานเทศกาลและพิธีกรรมสำคัญ แต่ก็ยังคงเป็นภาพสะท้อนความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ที่ชาวไทเขินในแม่สายยังคงสืบสานและอนุรักษ์ไว้
อาหารการกิน: รสชาติแห่งเชียงตุงบนแผ่นดินไทย
วัฒนธรรมอาหารของชาวไทเขินมีความอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติพันธุ์อื่น หลายเมนูอาจมีความคล้ายคลึงกับอาหารเหนือหรืออาหารไทใหญ่ แต่ก็มีกรรมวิธีและรสชาติเฉพาะตัวที่น่าลิ้มลอง
- ข้าวซอยน้อย: ไม่เหมือนข้าวซอยของล้านนา แต่เป็นอาหารว่างคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ ทำจากแป้งข้าวเจ้านึ่งบนผ้าขาวบาง ใส่ไส้ต่างๆ แล้วราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด
- จิ้นลุง หรือ จิ้นส้มลุง: คือหมูสับปรุงรสปั้นเป็นก้อน นำไปนึ่งหรือทอด มีรสเปรี้ยวนิดๆ จากการหมัก คล้ายแหนมแต่เนื้อสัมผัสแตกต่างกัน
- แกงผักต่างๆ: ชาวไทเขินนิยมทานแกงที่ปรุงรสไม่จัดจ้าน ใช้ผักพื้นบ้านเป็นส่วนประกอบหลัก สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ
ในตลาดแม่สายหรือในชุมชนชาวไทเขิน เรายังสามารถหาซื้ออาหารพื้นบ้านเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
ความเชื่อ ประเพณี และศิลปหัตถกรรม
ชาวไทเขินนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทอย่างเคร่งครัด วัดจึงเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสำคัญต่างๆ เช่น ประเพณีปอยส่างลอง (การบวชลูกแก้ว) ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม, ประเพณีสงกรานต์ และงานบุญต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดพิธีกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง นอกจากนี้ ศิลปะที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดของชาวไทเขินคือ “เครื่องเขิน” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกชาติพันธุ์ “เขิน” นั่นเอง เครื่องเขินคือภาชนะที่ทำจากไม้ไผ่สานแล้วลงรักทับหลายชั้น ขูดลายหรือเขียนลายด้วยสีต่างๆ เป็นงานหัตถกรรมที่ต้องใช้ความชำนาญและความอดทนสูง แม้ปัจจุบันช่างฝีมือในแม่สายจะมีน้อยลง แต่คุณค่าทางศิลปะของเครื่องเขินยังคงได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของนักสะสม
ชาวไทเขินในแม่สายวันนี้: การธำรงอัตลักษณ์ในโลกสมัยใหม่
ปัจจุบัน ชุมชนชาวไทเขินในแม่สายได้ผสมผสานกลมกลืนเข้ากับสังคมไทยอย่างสมบูรณ์ คนรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาและประกอบอาชีพที่หลากหลาย แต่สายใยที่เชื่อมโยงพวกเขากับรากเหง้ายังคงเหนียวแน่น มีความพยายามในการฟื้นฟูและส่งเสริมวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานประเพณีประจำปี การตั้งศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรม และการส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ภาษาและศิลปะของบรรพบุรุษ
การมาเยือนแม่สายจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางมายังจุดเหนือสุดของประเทศ แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งวัฒนธรรมไทเขินที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และเรื่องราวอันน่าประทับใจ การได้ลองชิมอาหารพื้นเมือง ชมความงดงามของการแต่งกาย หรือพูดคุยกับชาวบ้านผู้เป็นมิตร จะทำให้เราเข้าใจได้ว่า แม้กาลเวลาและพรมแดนจะเปลี่ยนแปลงไป แต่อัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาวไทเขินแห่งเชียงตุงนั้นยังคงเบ่งบานและหยั่งรากลึกอย่างงดงามบนแผ่นดินแม่สายแห่งนี้