วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เป็นวันเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ต่อมาโลกทั้งโลกจะจับตามองอย่างไม่กะพริบตา
เด็กนักฟุตบอลเยาวชน “ทีมหมูป่าอะคาเดมี” จำนวน 12 คน และโค้ชอีก 1 คน
ได้เดินเท้าเข้าไปสำรวจ ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงถ้ำแห่งนั้นจะกลายเป็นกับดักธรรมชาติ
และอีกหลายสัปดาห์ต่อมา จะกลายเป็นเวทีของ ภารกิจกู้ภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
วันที่ทุกคนหายไป – เริ่มต้นการค้นหาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัว

เย็นวันนั้น ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลบ่าเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
ทางเดินที่เด็ก ๆ ใช้เข้าไปในถ้ำถูกตัดขาด
ผู้ปกครองไปพบจักรยานและรองเท้าของเด็ก ๆ หน้าถ้ำแต่ไม่พบตัวใครเลย
จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
หน่วยกู้ภัย ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครท้องถิ่นเข้าร่วมค้นหา
แต่เผชิญอุปสรรคใหญ่ที่สุดคือ “น้ำท่วมในถ้ำ”
ซึ่งเปลี่ยนถ้ำหลวงที่ซับซ้อนอยู่แล้วให้กลายเป็นเขาวงกตที่อันตรายอย่างยิ่ง
นั่นคือจุดเริ่มต้นของความกังวลที่ลามไปทั้งจังหวัด ทั้งประเทศ และทั่วโลก
ทีมดำน้ำระดับโลกหลั่งไหลมา – ถ้ำหลวงกลายเป็นศูนย์กลางโลก
เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อและสภาพถ้ำทวีความยาก
รัฐบาลไทยประกาศขอความช่วยเหลือจากนักดำน้ำถ้ำระดับนานาชาติ
และในเวลาไม่นาน ทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา จีน เมียนมา และอีกหลายชาติ
ก็เดินทางเข้ามาช่วยงาน โดยเฉพาะ Rick Stanton และ John Volanthen
สองนักดำน้ำชาวอังกฤษที่เป็นผู้นำทีมสำรวจปลายถ้ำ
การปฏิบัติภารกิจเต็มไปด้วยโคลน ความมืด น้ำเชี่ยว และช่องทางแคบมากบางจุดมีขนาดแค่ไหล่คน
อากาศภายในถ้ำเริ่มลดลงเรื่อย ๆ
ทุกนาทีที่ผ่านไปคือความเสี่ยงว่าอาจ “ไม่พบชีวิตใครอีกแล้ว”
วันที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น – 2 กรกฎาคม 2561
หลังจากค้นหานานถึง 9 วัน
Rick และ John ดำลึกเข้าไปถึง “เนินนมสาว”
และพบทั้ง 13 คนกำลังนั่งรวมกันบนเนินหินเหนือระดับน้ำ
ประโยคแรกที่ Rick พูดออกมา คือ
“How many of you?” – “13? Brilliant.”
ภาพเด็ก ๆ ที่ยังมีสติ ทุกคนปลอดภัย และโค้ชประคับประคองทีมได้อย่างดี
ทำให้ทั้งโลกโล่งใจจนแทบร้องไห้
แต่การพบตัว ไม่ได้หมายความว่าภารกิจจบ—มันคือจุดเริ่มของความท้าทายที่หนักที่สุด
โจทย์ระดับโลก: จะพาเด็กออกจากถ้ำได้อย่างไร?
ภายในถ้ำมืดสนิท เต็มไปด้วยน้ำขุ่นที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง
เด็กหลายคนว่ายน้ำไม่เป็น และเส้นทางออกยาวกว่า 4 กิโลเมตร
พร้อมช่องแคบที่ผู้ใหญ่ยังต้องถอดอุปกรณ์เพื่อมุดผ่าน
ทีมผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกจึงร่วมประชุมวางแผน
จนได้แนวทางที่สุดท้ายเป็น “แผนดำน้ำพาออกทีละคน”
โดยให้แพทย์ชาวออสเตรเลีย ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส ดูแลด้านการระงับความกลัวและควบคุมอาการตื่นตระหนกของเด็กระหว่างทาง
นี่เป็นแผนที่เปี่ยมด้วยความเสี่ยง
แต่เป็นแผนเดียวที่มีโอกาสพาพวกเขาทั้งหมดออกมาได้
การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ – จ่าแซม วีรบุรุษของถ้ำหลวง
ก่อนปฏิบัติการจริงหนึ่งวัน
จ่าเอกสมาน กุนัน (จ่าแซม) อดีตหน่วยซีลผู้กลับมาช่วยชาติ
เสียชีวิตจากภาวะขาดอากาศระหว่างการลำเลียงถังอากาศ
การเสียชีวิตของจ่าแซมทำให้ทั้งประเทศเศร้า
แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนยืนยันว่า ต้องช่วยชีวิตเด็ก ๆ ให้ได้ทั้งหมด
ภารกิจ 3 วัน เปลี่ยนโลกให้จดจำ
ระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2561
ทีมกู้ภัยดำเนินการนำตัวเด็กออกทีละคน
โดยนักดำน้ำ 2 คนรับผิดชอบดูแลเด็กแต่ละคน
วันที่ 8: ออกมาได้ 4 คน
วันที่ 9: ออกมาอีก 4 คน
วันที่ 10: เด็กอีก 4 คนและโค้ชออกมาสำเร็จ
ทุกคนปลอดภัยทั้งหมด 13 คน
กระแสลมแห่งความโล่งใจดังไปทั่วโลก
ถ้ำหลวงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือ ความหวัง และความเป็นมนุษย์
ถ้ำหลวงวันนี้ – อนุสรณ์สถานแห่งความหวัง
ปัจจุบัน วนอุทยานถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน
จัดพื้นที่เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ถ้ำ น้ำใต้ดิน และภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้
รูปจ่าแซมตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าป่า เป็นการระลึกถึงผู้ที่เสียสละเพื่อภารกิจ
ผู้คนทั่วโลกยังเดินทางมาที่นี่เพื่อรำลึกและเรียนรู้บทเรียนจากธรรมชาติ
บทสรุป : เรื่องเล่าที่กลายเป็นประวัติศาสตร์มนุษย์
เหตุการณ์ “13 หมูป่า” คือเรื่องราวที่มีครบทั้ง
ความหวังท่ามกลางความมืด
ความร่วมมือจากนานาชาติ
การเสียสละของวีรบุรุษ
และความเข้มแข็งของเด็ก ๆ ที่ไม่ยอมแพ้
มันคือเหตุการณ์ที่ทำให้โลกเห็นว่า
เมื่อมนุษย์ร่วมมือกันอย่างจริงใจ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
[1]: Tham Luang cave rescue - Wikipedia
[2]: Thai cave rescue: Timeline of a desperate race to save 12 boys and their coach
[3]: Much of the cave rescue and timeline was recounted on these websites: - Susan Hood